ร่วมถวายความจงรักภักดี บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี สภานายิกาสภากาชาดไทย

สภากาชาดไทย แถลงข่าวการจัดโครงการ“น้อมจิต บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติมหาราชินี สภานายิกาสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา” ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2555 ซึ่งเป็นโครงการหลักประจำปี 2555 เพื่อเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และ ประชาชนทั่วประเทศ ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมี นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวร่วมด้วย รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร ประธานคณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งสภากาชาดไทย และ พญ.สร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ โดยมี ศิลปิน ดารา ร่วมรณรงค์บริจาคโลหิตในโครงการฯ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งแก่สภากาชาดไทย นับตั้งแต่ที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2499 เป็นเวลากว่า 55 ปีแห่งการดำรงตำแหน่ง ที่ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์เป็นคุณูปการแก่มวลมนุษยชาติ ทรงให้ความสำคัญในการปฏิบัติพระราชภารกิจของสภากาชาดไทยในทุกด้าน หากกล่าวเฉพาะภารกิจหลักด้านงานบริการโลหิต จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทรงให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นงานที่สภากาชาดไทยได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้ทำหน้าที่จัดหาโลหิตที่มีคุณภาพปลอดภัยและเพียงพอสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและยกย่องสรรเสริญผู้บริจาคโลหิต ด้วยการเสด็จฯไปพระราชทานเข็มที่ระลึกผู้แก่ผู้บริจาคโลหิตมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานและทุกครั้งที่เสด็จฯจะทรงมีพระราชดำรัสขอบคุณผู้บริจาคโลหิต เป็นการสร้างแรงจูงใจ เป็นความปิติภาคภูมิแก่ผู้บริจาคโลหิต เป็นผลทำให้มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดมา ดังนั้น เนื่องในปีพุทธศักราช 2555 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษาในปี 2555 สภากาชาดไทย จึงได้จัดโครงการ “น้อมจิต บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติมหาราชินี สภานายิกาสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา” เพื่อเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศ ร่วมแสดงความกตัญญูกตเวที น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ ถวายความจงรักภักดี บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลตลอดปี 2555
รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร ประธานคณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งสภากาชาดไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าว เป็นการส่งเสริมให้มีการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเฉพาะผู้ที่บริจาคโลหิตเพียงปีละ 1 ครั้ง ให้บริจาคโลหิตเป็นประจำทุก 3 เดือน ซึ่งจะทำให้มีปริมาณโลหิตที่เพียงพอแก่ผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ และรณรงค์ให้ผู้ที่เคยบริจาคโลหิตให้กับญาติพี่น้อง ได้กลับมาบริจาคโลหิตให้กับผู้อื่นด้วยความสมัครใจ ส่งผลทำให้ผู้บริจาคโลหิตในประเทศไทย บริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน สนองต่อนโยบายขององค์การอนามัยโลก ที่ได้ตั้งเป้าการจัดหาโลหิตด้วยความสมัครใจให้ได้ 100 % ภายในปี ค.ศ.2020 หรือ พ.ศ.2563
จึงขอเชิญชวนหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนทั่วประเทศ ร่วมจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตในโครงการฯ ในส่วนกลาง จัดขึ้นที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และหน่วยเคลื่อนรับบริจาคโลหิต 800 แห่ง รวมสาขาบริการโลหิต 6 แห่ง ในกรุงเทพฯ ได้แก่ โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และ วชิรพยาบาล ในส่วนภูมิภาค บริจาคโลหิตได้ที่ เหล่ากาชาดจัหวัด สาขาบริการโลหิต โรงพยาบาลประจำจังหวัด และ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดสงขลา และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ
แพทย์หญิงสร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้กำหนดเป้าหมายการจัดหาโลหิตทั่วประเทศในโครงการฯ ในปี 2555 ให้ได้จำนวนทั้งสิ้น 1,950,000 ยูนิต ประกอบด้วยโลหิตที่จัดหาได้ในส่วนกลาง คือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล และ สาขาบริการโลหิต 6 แห่ง จำนวน 618,000 ยูนิต และ ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ จัดหาโลหิตให้ได้ จำนวน 1,332,000 ยูนิต อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในแต่ละปีจะมีผู้บริจาคโลหิตเพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่ความต้องการโลหิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 8-10 เป็นเงาตามตัว จึงต้องมีการดำเนินการจัดโครงการเพื่อรณรงค์ให้มีการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง จึงจะมีปริมาณโลหิตที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย พร้อมกันนี้ ต้องมีการพัฒนางานบริการโลหิตขยายไปยังส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ โดยจัดตั้งภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ เพื่อตรวจคัดกรองคุณภาพโลหิตให้ได้มาตรฐานเดียวกันกับศูนย์บริการโลหิตฯ และสามารถดำเนินงานบริการโลหิตได้อย่างครบวงจร คือทำหน้าที่ในการจัดหาผู้บริจาคโลหิต เจาะเก็บโลหิต ตรวจคัดกรองคุณภาพโลหิตและจ่ายโลหิตให้แก่โรงพยาบาลในจังหวัดเครือข่ายจึงได้จัดตั้งโครงการ ก่อสร้างภาคบริการโลหิตแห่งชาติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 9 พิษณุโลก ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 6 ขอนแก่น ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 12 สงขลา ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 8 นครสวรรค์ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 5 นครราชสีมา และ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 ชลบุรี
ภายในงานแถลงข่าว ได้จัดให้มีการขับร้องบทเพลงเฉลิมพระเกียรติ โดยวงดุริยางค์ทหารอากาศ พิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศ การประกวดบทกลอนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ฯ ชนะเลิศประเภทนักเรียน นักศึกษา(อายุไม่เกิน 21 ปี) ได้แก่ นายศุภชัย เลิศกิตติโกศล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับโล่สภากาชาดไทยและทุนการศึกษา 5,000 บาท และรางวัลชนะเลิศ ประเภทประชาชนทั่วไป ได้แก่ นายจักรินทร์ สร้อยสูงเนิน ได้รับโล่สภากาชาดไทยและเงินรางวัลจำนวน 5,000 บาท และพิธีมอบโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์โครงการฯ ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปประชาสัมพันธ์เชิญชวนบริจาคโลหิตหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต เหล่ากาชาดจังหวัด สาขาบริการโลหิต โรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ


















